คำแนะนำ ดาวน์โหลด การลงทะเบียน ประเภทการเล่น วิธีการคิดคะแนน


คำแนะนำก่อนเข้าสู่เกมส


ก่อนที่จะเล่นเกมปังย่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านควรเช็คเครื่องว่าตรงกับระบบเกมส์
หรือไม่ เพื่อการเล่นเกมปังย่าอย่างสมบูรณ์แบบและได้ความเพลิดเพลินมากที่สุด


CPU Celeron 500 Mhz, Pentium III 800Mhz หรือสูงกว่า

RAM 128 MB หรือสูงกว่า

การ์ดจอ Voodoo3, RivaTNT, i740, Savage3D, Geforce 2 MX หรือสูงกว่า

ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ Win98, Win2000, WinME, WinXP

เวอร์ชั่นของ Direct X Direct X 8.1 หรือสูงกว่า



ดาวน์โหลดเกมส์

ท่านสามารถที่จะดาวน์โหลดเกมส์ได้โดยที่ link ด้านล่างซึ่ง การเข้าไปดาวน์โหลด
สามารถ เข้าไปโหลดได้ 2 วิธี คือ
1. โหลดในเวอร์ชั่นเต็ม สำหรับกรณีที่อินเตอร์เน็ตมีการใช้ความเร็วที่สูง
2. โหลดไฟล์ในรูปแบบ Patch คือวิีธีการโหลด
เป็นไฟล์ๆไป ในกรณีคอมพ์ของคุณ
มีความเร็วจำกัดไม่สามารถโหลดไฟล์ได้ภายในครั้งเดียว เมื่อดาวน์โหลดเสร็จก็
สามารถติดตั้งได้ทันที
** การดาวน์โหลดที่ link Download ล่าสุด คือ กรณีที่คุณติดตั้งแล้ว ให้คุณโหลดตัวนี้เข้าไปเพื่อให้เกมส์บนเครื่องคุณเป็นตัวเวอร์ชั่นล่าสุดเหมือนคนอื่น**


Downloads Game
 

Downloads Patch ล่าสุด
patch_220d_to_220e


**หมายเหตุ** Link ที่นี่จะนำไปสูการดาวน์โหลดเกมส์ที่
เว็บไซด์ของปังย่า โดยตรง




การลงทะเบียน

สำหรับการลงทะเบียนคือ การเข้าไปทำการสมัครเพื่อขอ user และ password
ที่ใช้ในการ log in เืพื่อเข้าสู่การเล่นเกมส์่โดยสามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ที่นี่
คลิ๊กเลย


หลังจากนั้นท่านก็สามารถเข้าสูระบบไปออกรอบได้สบายกันแล้วที่นี้



ประเภทการเล่น

การเล่นของเกมส์ปังย่า มีหลายเขต แต่ละเขตมีอยู่ 8 เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งแต่ละเซิร์ฟเวอร์ จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีดังนี้

 


1. การเล่น แบบ Practice

เล่นวิธีนี้เป็นการเล่นแบบ มีผู้สอน โดย"พิพพิ้น" เป็นผู้ฝึกสอน
ให้ตั้งแต่ตีไปจนถึงพัตต์ วิธีนี้อบรมการฝึกได้คนเดียว และ
เฉพาะสนาม Blue Lagoon เท่านั้น


 
2. การเล่นนับสโตรค (ตัวคนเดียว แบบ VS)

เล่นวิธีนี้เป็นการเล่นแบบนับคะแนนจากทุกหลุมโดย
นับจากการที่ตีในแต่ละหลุมนั้น การตีไปถึงหลุมใช้
การตีีมากครั้งเท่าไร ผู้ที่ใช้การตีน้อยที่สุดจะมีคะแนน
มากที่สุดและเป็นผู้ชนะ


 


3. การเล่นแบบทีม (แบบ VS)

เป็นลักษณะการตีแบบคู่หูซึ่งจะผลัดกันตีในตาของตัวเอง
จนสิ้นสุดที่พัตต์ลงหลุมซึ่งวิีธีเล่นของรูปแบบนี้จะวัดกันที่
หลุมว่าใครชนะจำนวนหลุมมากกว่า แต่กรณีที่มีการชนะ
มากกว่ากันหลายหลุม คู่แข่งไม่สามารถไล่ทันแล้ว เกมส์
ก็จะจบลงทันที

 


4. การเล่นแบบชิงแชมป์ 30 คน (Match) แบ่งเป็นสองประเภท

1.เดี่ยว สำหรับการตีแบบนี้คือการตีชิงถ้วยรางวัล แบ่งออกเป็น ทอง เงิน ทองแดง ซึ่งจะต้องตีภายใน
เวลาที่กำหนด ให้ครบ 18 หลุม ซึ่งจะแยกเป็นเอกเทศ ตัวใครตัวมัน ใครจบที่ี่จำนวนตียิ่งลบมากเท่าไรยิ่งดี ีเมื่อจบเกมส์จะเ็ป็นผู้ชนะ

2.ทีม การตีแบบนี้คือการเอาอันดับของคนในทีมมาบวกกัน
เริ่มจากคิดการตีในรอบนั้นมีจำนวนกี่คน นับจากการเอาอันดับ
ผู้เล่นในทีมมาบวกกัน เช่น ผู้เล่นทั้งหมด 10 คน ทีมแดง ได้อันดับที่ 1,2,3,7,9 คะแนนของทีมแดงได้ 1+2+3+7+9 = 19 คะแนน ส่วนทีมน้ำเงินได้ที่ 4,5,6,8,10 คะแนนทีม
น้ำเงินได้4+5+6+8+10 =33 คะแนน ด้วยเหตุนี้ทีมที่ชนะ
คือทีมแดง เพราะยังคงคิดคะแนนจากทีมที่คะแนนน้อยเป็น
ผู้ชนะ
** แต่ด้วยเหตุที่มีอยู่ว่าทีมใดมีผู้เล่นในทีมออก
กลางคันต้องบวกคะแนนจากจำนวนทั้งหมดคือ
รอบนี้มี 10 คน ถ้าทีมแดง อันดับที่ 7และ 9 ออกไป
ก่อนการจบการแข่งขันที่ทีมแดงได้ 19 ก็ต้อง +20
(อันดับ 7 ได้ 10 คะแนน อันดับ 9 ได้ 10 คะแนน)
เป็น 39
เนื่องจากออกสองคน เมื่อจบการแข่งขัน
ทีมแดงจะแพ้ไป**



** การเล่นทุกรูปแบบนั้นกติกาเหมือนกอล์ฟจริงทุกอย่าง ยิ่งตีน้อย คะแนนการตีติดลบยิ่งสูง ยิ่งเป็นผู้คว้าชัยชนะ **



วิธีการคิดคะแนน

1. การคิดคะแนนในการตีของเกมส์ในแต่ละหลุมคิดได้ดังนี้

1. ตีพาร์ช็อตเดียวลงหลุม Hole in One (โฮล์อินวัน) เช่น หลุมกำหนดที่ตีได้ไม่เกิน 3 พาร์ แต่คุณตี 1 ช็อตแล้วลงหลุม คุณก็ได้ -2 คะแนน เรียกว่า

**กรณีนี้ขึ้นอยู่กับพาร์์ในสนามนั้น คะแนนลบจะขึ้นอยู่กับพาร์สนามนั้นๆ แต่เงินปัง
จะได้เป็นเท่าตัว**

2. ตีต่ำกว่าพาร์ที่กำหนดในหลุมนั้น 3 ช็อต
เช่น หลุมกำหนดที่ตีได้ไม่เกิน 5 พาร์ แต่คุณตีเหลือ 1 ช็อตแล้วลงหลุม คุณก็ได้ -3 คะแนน เรียกว่า Albatross (อัลบาทรอส)

3. ตีต่ำกว่าพาร์ที่กำหนดในหลุมนั้น 2 ช็อต เช่น หลุมกำหนดที่ตีได้ไม่เกิน 4 หรือ 5 พาร์ แต่คุณตีเหลือ 2 ช็อตแล้วลงหลุม คุณก็ได้ -2 คะแนน เรียกว่า Eagle (อีเกิ้ล)

4. ตีต่ำกว่าพาร์ที่กำหนดในหลุมนั้น 1 ช็อต เช่น หลุมกำหนดที่ตีได้ไม่เกิน 3,4 หรือ 5 พาร์ แต่คุณตีเหลือ 1 ช็อตแล้วลงหลุม คุณก็ได้ -1 คะแนน เรียกว่า Birdie (เบอร์ดี้)

5. ตีเท่ากับพาร์ที่กำหนดในหลุมนั้น เช่น หลุมกำหนดที่ตีได้ไม่เกิน 3,4 หรือ 5 พาร์ คุณตีลงหลุมพอดีกับพาร์ที่กำหนด คุณก็ได้ 0 คะแนน เรียกว่า Par (พาร์)

6. ตีเกินกว่าพาร์ที่กำหนดในหลุมนั้น 1 ช็อต เช่น หลุมกำหนดที่ตีได้ไม่เกิน 3,4 หรือ 5 พาร์ แต่คุณตีเกิน 1 ช็อตแล้วลงหลุม คุณก็ได้ +1 คะแนน เรียกว่า Bogey (โบกี้)

7. ตีเกินกว่าพาร์ที่กำหนดในหลุมนั้น 2 ช็อต เช่น หลุมกำหนดที่ตีได้ไม่เกิน 3,4 หรือ 5 พาร์ แต่คุณตีเกิน 2 ช็อตแล้วลงหลุม คุณก็ได้ +2 คะแนน เรียกว่า Double Bogey (ดับเบิ้ล โบกี้)

8. ตีเกินกว่าพาร์ที่กำหนดในหลุมนั้น 3 ช็อต เช่น หลุมกำหนดที่ตีได้ไม่เกิน 3,4 หรือ 5 พาร์ แต่คุณตีเกิน 3 ช็อตแล้วลงหลุม คุณก็ได้ +3 คะแนน เรียกว่า Triple Bogey
(ทริปเปิ้ล โบกี้)

**กรณีที่คุณตีเกินว่านี้เกมส์จะให้คุณ give up อัตโนมัติ**

2. สกอร์เวลาจบแต่ละหลุมการคิดคะแนนเป็นดังนี้

ในสกอร์บอร์ดที่เห็น พาร์ที่กำหนดไว้ คือ 4+3+4+4+5+3+5+4+4 = 36 จาก 9 หลุม และสกอร์ของผู้เล่นในขณะนั้น คือ 32 ฉะนั้น คะแนนของผู้เล่น คือ -4 (36-32=4)
หมายถึงตีไป 4 underpar 32 stroke
(จำนวนตีของคุณน้อยกว่า จำนวนพาร์ 4 พาร์)